มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นองค์การสถานสาธารณกุศลที่ก่อตั้งโดย "นายประหยัด ภูหนองโอง" เปิดทำการสอนเด็กตาบอดครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2521 ณ บ้านเช่าในซอยธารทิพย์ ถนนประชาสโมสร อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยเริ่มแรกมีเด็กตาบอด 13 คน และได้รับเงินบริจาคเริ่มต้น 10,000 บาท จากนางโรสลิมชาวสิงคโปร์ รวมถึงเตียง 12 หลัง จากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ซึ่งในขณะนั้นชื่อว่าสถานคริสเตียนสงเคราะห์การศึกษาคนตาบอด มูลนิธิมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการศึกษา ส่งเสริมอาชีพ ฟื้นฟูสมรรถภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทางการเห็น ดำเนินงานมาแล้ว 45 ปี และมีคนพิการทางการเห็นได้รับบริการมากกว่า 10,000 คน ปัจจุบันมีหน่วยงานภายใต้ความรับผิดชอบ 26 หน่วยงาน
MY BOT SOLUTION CHARITY
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยเหลือสังคม กับ MY BOT SOLUTION
เครื่องมือช่วยสร้าง Chatbot หรือระบบแชตบอตของ Linebot
-
วันที่ 30 มกราคม 2569 บริจาคเงินเพื่อสนับสนุน มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง "มูลนิธิชัยพัฒนา" โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น
-
วันที่ 14 มกราคม 2569 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF)
สำหรับเด็กยากจนในชนบทห่างไกล ความยากจนไม่ได้หมายถึงการขาดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการขาดโอกาส และขาดความหวังที่จะมีอนาคตที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความยากจนทางการศึกษาทำให้เด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคันเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ทำให้ทางเลือกในชีวิตของพวกเขามีจำกัด และไม่สามารถก้าวพ้นวงจรความยากจนได้ ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF) จึงก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2530 และเริ่มมอบทุนการศึกษาในปี 2531 เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ยากจนและด้อยโอกาสทั่วประเทศ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2531 ถึง 2568 มูลนิธิ EDF ได้มอบทุนการศึกษาแล้วกว่า 430,309 ทุน ในกว่า 5,800 โรงเรียน ทั่วประเทศไทย
-
วันที่ 14 มกราคม 2569 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้จัดทำขาเทียมให้กับคนพิการขา ขาด โดยไม่คิดมูลค่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 จนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนมากกว่า 50,000 ราย โดยไม่ยึดเชื้อชาติ และศาสนา เพื่อให้คนพิการขาขาดที่ยากไร้ ด้อยโอกาส ได้มีขาเทียมใช้ เพื่อจะได้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยง ตัวเองและครอบครัว ไม่เป็นภาระกับสังคม พร้อมกันนี้ก็สามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้เท่าเทียมกับคนปกติ ทุน ทรัพย์ในการจัดทำขาเทียมให้กับคนพิการยากไร้นั้นได้มาจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคขาเทียมของมูลนิธิ โดย ใช้วัสดุภายในประเทศ
-
วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิกระจกเงา
มูลนิธิกระจกเงา คือ องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาสังคม หลายด้าน ได้แก่ งานด้านสิทธิมนุษยชน งานด้านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ งานพัฒนาอาสาสมัครและการแบ่งปันทรัพยากร เพื่อเพิ่มศักยภาพใน การเรียนรู้และการใช้ชีวิต โดยมีพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งบนสังคมออนไลน์ (internet) สังคมเมืองและสังคมชนบท โดยทำหน้าที่เป็นกระจกเงา ที่สะท้อนเรื่องราว ความเป็นจริงของสังคมและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผล กระทบจาก การเปลี่ยนแปลงของสังคม ด้วยวิธีคิด คือ การสร้างคนและสร้างนวัตกรรม สร้างความมเปลี่ยนแปลงแก่สังคม
-
วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ช่วยเหลือเด็กที่สูญเสียบิดามารดา ขาดญาติมิตร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2514 ในรูปแบบของครอบครัวทดแทน โดยมีท่านผู้หญิงสมศรี เจริญรัชต์ภาคย์ เป็นผู้ก่อตั้งร่วมกับท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช กรรมการก่อตั้งในขณะนั้นและคณะ ได้จัดสร้างหมู่บ้านเด็กโสสะแห่งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2515 ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 มูลนิธิเด็กโสสะฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้มูลนิธิเด็กโสสะฯ อยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์
-
วันที่ 14 ธันวาคม 2568 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2497 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับมูลนิธิฯ ไว้ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2498 ทั้งยังทรงพระอนุญาตให้เชิญอักษรย่อประนามาภิไธย ไว้ในเครื่องหมายของมูลนิธิฯ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกสโมสรโรตารีกรุงเทพ เป็นผู้เสนอให้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นและได้ประทานเงินเพื่อเป็นทุนในการจัดตั้ง จำนวน 2,000 บาท เป็นทุนก้อนแรกในการก่อตั้งและจดทะเบียนชื่อ “มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ” เมื่อ พ.ศ. 2497 โดยรับช่วงกิจกรรมสงเคราะห์เด็กพิการต่อจากสถานสงเคราะห์แม่และเด็ก กรุงเทพฯ
-
วันที่ 14 ธันวาคม 2568 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ โรงพยาบาลสงฆ์
โรงพยาบาลสงฆ์เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในประเทศไทยและในโลกที่รัฐฯได้จัดสร้างขึ้นเพื่อให้บริการด้านการรักษาพยาบาลแก่พระภิกษุ-สามเณรอาพาธทั่วประเทศ เริ่มตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2484 ในสมัยรัฐบาลของ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ดำริที่จะสร้างโรงพยาบาลสงฆ์ขึ้นที่บริเวณ วัดพระศรีมหาธาตุ แต่หากต้องระงับไปเนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2492 ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้ดำริให้มีการรื้อฟื้นเรื่องการสร้างโรงพยาบาลสงฆ์
-
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 บริจาคเงินสนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม
การผ่าตัดรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่แบบบูรณาการ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย ได้ทำการผ่าตัดรักษาเด็กที่เกิดมาพร้อมภาวะปากแหว่งเพดานโหว่อย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่า 17,750 ครั้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย การรักษาของเราแบ่งออกเป็น 1. โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การผ่าตัดภายในหนึ่งสัปดาห์ 2. โครงการผ่าตัดแบบต่อเนื่อง ไม่จำกัดระยะเวลา 3. ศูนย์แก้ไขความพิการบริเวณใบหน้าและศีรษะ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในแต่ละปี มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เปิดโครงการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยได้ 10 – 12 โครงการ ซึ่งจะสามารถรักษาเด็กๆ ทั่วประเทศได้กว่า 1,000 ราย ต่อปี เพียง 45 นาที การผ่าตัดแก้ไขภาวะริมฝีปากแหว่งก็สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ตลอดไป ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดอาการปากแหว่งหรือเพดานโหว่เฉลี่ยประมาณ 25,000 – 50,000 บาทต่อหนึ่งครั้ง
