มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ มีจุดเริ่มต้นจากครอบครัวคุณพิมพ์กุล โอฬารศิรโรจน์ (เรณู จุลสุคนธ์) ที่ได้ช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ ที่พิการจนหายจากการเจ็บป่วย จึงเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา แต่เมื่อเพิ่มจำนวนมากขึ้น สถานที่คับแคบ และเป็นภาระที่ต้องเลี้ยงดู ประกอบกับสัตว์ส่งเสียงดัง ส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน จึงต้องย้ายสถานที่เลี้ยงออกไปนอกเมือง โดยตั้งชื่อว่า “บ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ” ในปี พ.ศ. 2524 ต่อมาในปี 2532 คุณชวนชื่น โกมารกุล ณ นคร (ยั่งยืน) ได้ทราบข่าวและมาเยี่ยม แสดงประสงค์ให้ความช่วยเหลือ จึงจัดซื้อที่ดินบริจาค 200 ตารางวา ณ ที่ทำการมูลนิธิฯ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมสร้างโรงเรือนถาวรให้ในปี พ.ศ. 2533 ในปี 2536 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ได้เมตตามาเยี่ยมโปรดสัตว์พิการ ได้เห็นถึงสภาพปัญหา และภาระของการเลี้ยงดูสัตว์เหล่านี้ จึงจัดสร้างอาคาร และซื้อที่ดินติดกันให้อีก 1 ไร่ และอนุญาตให้ตั้งเป็น “มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)” มาจนทุกวันนี้
MY BOT SOLUTION CHARITY
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยเหลือสังคม กับ MY BOT SOLUTION
เครื่องมือช่วยสร้าง Chatbot หรือระบบแชตบอตของ Linebot
-
วันที่ 30 มีนาคม 2569 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิสนับสนุนสถาบันพยาธิวิทยา
สถาบันพยาธิวิทยา เป็นหน่วยงานในสังกัด กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีบริบทส่วน หนึ่ง ด้านบริการตรวจสิ่งส่งตรวจ(Specimen)ทางพยาธิวิทยา จากโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน เช่น ตรวจชิ้นเนื้อ(Surgical Pathology) ตรวจด้านเซลล์วิทยา(Cytopathology) ตรวจศพ (Autopsy) เพื่อหาสาเหตุการตายของผู้ป่วย จากโรงพยาบาลราชวิถึ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ มหาราชชินี ให้คำปรึกษาด้านพยาธิวิทยา(Consultation) ย้อมพิเศษชนิดต่างๆสไลด์ สิ่งส่งตรวจ (Immunohistochemetry) เพื่อให้การวินิจฉัยโรค (Diagnosis) ผลิตนักศึกษาแพทย์สาขาพยาธิวิทยา กายวิภาค
-
วันที่ 15 มีนาคม 2569 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม
มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2524 จากผู้มีจิตศรัทธา 5 ท่าน ได้แก่ คุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ นางนงเยาว์ นฤมิตรเรขการ นายนรรัตน ตั้งปรกรณ์ Mr.Shuzuki Iwazgi และนางทองสุข อึ้งทรงธรรม เพื่อดำเนินการเปิดบ้านเลี้ยงเด็กอ่อนในสลัม ดูแลเด็กวัยแรกเกิด - 3 ปี ในบริเวณล็อค 12 ชุมชนคลองเตย เพื่อให้การดูแลเด็กตอนกลางวัน โดยให้การอบรมเลี้ยงดูเด็กด้วยความรัก และเอาใจใส่ ส่งเสริมการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ให้เหมาะสมตามวัย ต่อมามูลนิธิฯ ได้ขยายการช่วยเหลือเด็กเป็นวัย 0 – 5 ปี ในปีพ.ศ.2526 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระกรุณาธิคุณรับมูลนิธิฯ ไว้ในพระอุปถัมภ์ ด้วยทรงห่วงใย และทรงพระเมตตาต่อเด็กที่ด้อยโอกาสในชุมชนแออัด ได้รับการจดทะเบียนเป็น "มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์" ไ ด้จดทะเบียนกับคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2527 เป็นองค์การสาธารณกุศลลำดับที่ 208 เงินบริจาคใช้หักลดหย่อนภาษีได้
-
วันที่ 15 มีนาคม 2569 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น
มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2532 โดย Mr.Erwin Groebli ซึ่งเป็นมิชชั่นนารีชาวสวิตเซอร์แลนด์ ได้พบเด็กเร่ร่อนกลุ่มหนึ่งในย่านรามคำแหง กรุงเทพฯ และรู้สึกสงสารที่เด็กๆไม่มีบ้านอาศัย จึงได้เช่าห้องพักให้กับเด็กๆเหล่านั้น เพื่อเป็นที่พักผ่อนหลับนอนต่อมาเด็กเหล่านั้นได้ชวนเพื่อนๆเด็กเร่ร่อนด้วยกันมาอยู่เพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องมีสถานที่ที่เหมาะสม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งมูลนิธิบ้านนกขมิ้นและดำเนินการมาจนกระทั่งปัจจุบัน มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ให้ความสำคัญกับคำ ว่า “ครอบครัว” เพราะว่าครอบครัว คือ รากฐานชีวิตของมนุษย์ทุกคน ซึ่งการเลี้ยงดู และสภาพแวดล้อม จะส่งผลต่อการเจริญเติบโต การพัฒนาบุคลิก นิสัยและความประพฤติของบุคคล ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญและดูแลเด็กๆแบบระบบครอบครัว พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนกิจกรรมด้านอื่นๆ เช่น ดนตรี กีฬา เพื่อเด็กๆจะได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ได้รับ ไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต และสามารถออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ
-
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิเด็ก
มูลนิธิเด็ก ก่อตั้งขึ้น พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อสนับสนุนปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ ๔๕ ปีของการทำงาน เริ่มที่ บ้านทานตะวัน เพื่อรณรงค์ให้สังคมไทยตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำซึ่งทำให้มีเด็กยากจนขาดสารอาหารกว่าครึ่งประเทศ พร้อมกับสร้าง โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เป็น “โรงเรียนทางเลือก” ที่เน้นความสุขและเสรีภาพในการเรียนรู้ของเด็กในระบบ “การศึกษาทางเลือก” เมื่อพบว่ามีการละเมิดสิทธิเด็กมากขึ้น จึงสร้าง ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ตามด้วยโครงการเพื่อเด็กและครอบครัว อีกมากมาย ทั้งหมดกลายเป็นสื่อรณรงค์ปัญหาเด็กในสังคมทุกด้าน ซึ่งนำไปสู่นโยบายทางสังคมและสาธารณะ จนไปปรากฏในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ๒๕๕๐ และ ๒๕๖๐ ในอนาคตข้างหน้า จะขยายงานไปสู่ระดับรากหญ้า เพื่อพัฒนาคุณภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัวในตำบล โดยทำงานร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กับจะสร้างวรรณกรรมต่างๆ กับสมาคมนักเขียน
-
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเด็กไทยผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้ ให้มีสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบ้าง เพื่อให้เขาสามารถพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องเป็นภาระต่อสังคม เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติในอนาคต มูลนิธิเด็กโรคหัวใจจึงเกิดขึ้นในปีพุทธศักราช 2524 โดยกลุ่มของผู้มีจิตศรัทธาในสาธารณประโยชน์ร่วมกับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคหัวใจเด็ก และด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทรงรับมูลนิธิฯไว้ในพระอุปถัมภ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2527 มูลนิธิฯจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งแต่นั้นมา
-
วันที่ 30 มกราคม 2569 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย
มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นองค์การสถานสาธารณกุศลที่ก่อตั้งโดย "นายประหยัด ภูหนองโอง" เปิดทำการสอนเด็กตาบอดครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2521 ณ บ้านเช่าในซอยธารทิพย์ ถนนประชาสโมสร อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยเริ่มแรกมีเด็กตาบอด 13 คน และได้รับเงินบริจาคเริ่มต้น 10,000 บาท จากนางโรสลิมชาวสิงคโปร์ รวมถึงเตียง 12 หลัง จากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ซึ่งในขณะนั้นชื่อว่าสถานคริสเตียนสงเคราะห์การศึกษาคนตาบอด มูลนิธิมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการศึกษา ส่งเสริมอาชีพ ฟื้นฟูสมรรถภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทางการเห็น ดำเนินงานมาแล้ว 45 ปี และมีคนพิการทางการเห็นได้รับบริการมากกว่า 10,000 คน ปัจจุบันมีหน่วยงานภายใต้ความรับผิดชอบ 26 หน่วยงาน
-
วันที่ 30 มกราคม 2569 บริจาคเงินเพื่อสนับสนุน มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง "มูลนิธิชัยพัฒนา" โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น
-
วันที่ 14 มกราคม 2569 บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF)
สำหรับเด็กยากจนในชนบทห่างไกล ความยากจนไม่ได้หมายถึงการขาดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการขาดโอกาส และขาดความหวังที่จะมีอนาคตที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความยากจนทางการศึกษาทำให้เด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคันเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ทำให้ทางเลือกในชีวิตของพวกเขามีจำกัด และไม่สามารถก้าวพ้นวงจรความยากจนได้ ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF) จึงก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2530 และเริ่มมอบทุนการศึกษาในปี 2531 เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ยากจนและด้อยโอกาสทั่วประเทศ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2531 ถึง 2568 มูลนิธิ EDF ได้มอบทุนการศึกษาแล้วกว่า 430,309 ทุน ในกว่า 5,800 โรงเรียน ทั่วประเทศไทย
