MY BOT SOLUTION CHARITY

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยเหลือสังคม กับ MY BOT SOLUTION
เครื่องมือช่วยสร้าง Chatbot หรือระบบแชตบอตของ Linebot

  • วันที่ 15 พฤษภาคม 2565 บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ

    มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2524 จากผู้มีจิตศรัทธา 5 ท่าน เพื่อดำเนินการเปิดบ้านเลี้ยงเด็กอ่อนในสลัม ดูแลเด็กวัยแรกเกิด - 3 ปี ในบริเวณล็อค 12 ชุมชนคลองเตย ในปีพ.ศ.2526

  • วันที่ 15 พฤษภาคม 2565 บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

    มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นองค์กรเอกชนสาธารณกุศลที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามประกาศกระทรวงการคลังลำดับที่ 75 เป็นมูลนิธิฯ ที่ให้ความช่วยเหลือคนพิการแห่งแรกในประเทศไทย โดยมุ่งช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาด้วยการพัฒนาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวันโดยมิได้หวังผลตอบแทน จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2482

  • วันที่ 30 เมษายน 2565 บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ

    มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) ก่อกำเนิดขึ้นจากจุดเล็กๆ แห่งเมตตาจิตของครอบครัวคุณพิมพ์กุล โอฬารศิรโรจน์ (ศตพร ดีพา) ที่ได้ให้ช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ ที่บาดเจ็บ เจ็บป่วย มาตั้งแต่ปี 2524

  • วันที่ 30 เมษายน 2565 บริจาคเงินให้กับ โรงพยาบาลสงฆ์

    โรงพยาบาลสงฆ์ เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในประเทศไทยและในโลกที่รัฐฯได้จัดสร้างขึ้นเพื่อให้บริการด้านการรักษาพยาบาลแก่พระภิกษุ-สามเณรอาพาธทั่วประเทศ เริ่มตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2484 ในสมัยรัฐบาลของ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ดำริที่จะสร้างโรงพยาบาล

  • วันที่ 15 เมษายน 2565 บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิกระจกเงา

    มูลนิธิกระจกเงา คือ องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาสังคม หลายๆด้าน ได้แก่ งานด้านสิทธิมนุษยชน งานด้านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ งานพัฒนาอาสาสมัครและการแบ่งปันทรัพยากร เพื่อเพิ่มศักยภาพใน การเรียนรู้และการใช้ชีวิต โดยมีพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งบนสังคมออนไลน์ (internet) สังคมเมืองและสังคมชนบท โดยทำหน้าที่เป็นกระจกเงา ที่สะท้อนเรื่องราว ความเป็นจริงของสังคมและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผล กระทบจาก การเปลี่ยนแปลงของสังคม

  • วันที่ 15 เมษายน 2565 บริจาคเงินให้กับ โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา - บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน

    โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา สังกัดมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขากรุงเทพฯ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 และได้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ได้รับพระกรุณาจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552 สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศึกษาสำหรับเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน แห่งที่ 2 ของมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

  • วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริจาคเงินให้กับ มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

    มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทานกำเนิดโดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี พ.ศ. 2535 เมื่อทรงทราบว่า รศ. นพ. เทอดชัย ชีวะเกตุ สามารถประดิษฐ์ขาเทียมที่มีน้ำหนักเบา จากขยะพลาสติกและมีราคาถูกกว่าขาเทียมต่างประเทศ

  • วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริจาคเงินให้กับ วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัด ลพบุรี

    พระอุดมประชาทร ( อลงกต ติกฺขปญฺโญ ) ก่อตั้งโครงการธรรมรักษ์นิเวศน์ บ้านพักผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้าย ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ณ วัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างจิตสำนึกของสังคม ให้มีเมตตาและมนุษยธรรม ต่อผู้ป่วยเอดส์ที่ถูกทอดทิ้งจากครอบครัวและสังคม ให้ได้รับการดูแลช่วยเหลือจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต มูลนิธิธรรมรักษ์ แห่งนี้เริ่มต้นรับรักษาและฟักฟื้นผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2535 และดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ผู้ติดเชื้ออยู่ในการดูแลของวัดประมาณ 2,000 คน ในแต่ละเดือนวัดจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าอาหาร ยารักษาโรค ค่าบริหารจัดการภายในวัด และค่าเผาศพ ปัจจุบันได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลไทยเดือนละ 100,000 บาท ส่วนที่เหลือเป็นการรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ส่วนยาต้านไวรัสเอดส์และอาสาสมัครได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ

  • ทีมงาน Richmantool บริจาคไข่ไก่ให้ประชาชนชุมชนแม่จอก

    ในช่วงเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ลำบากขึ้น เพื่อเป็นการแบ่งปัน และแบ่งเบาภาระของประชาชน ทางทีมงาน Richmantool จึงได้ช่วยเหลือประชาชน โดย บริจาคไข่ไก่ให้ประชาชนชุมชนแม่จอก รวมเป็นเงิน 4,000 บาท